top of page

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

ของบริษัท ออร์คิด ลอว์เฟิร์ม (ประเทศไทย)จำกัด

      บริษัท ออร์คิด ลอว์เฟิร์ม (ประเทศไทย) จำกัด  ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทุกท่าน การดำเนินธุรกิจของบริษัทตั้งอยู่บนหลักความโปร่งใส ความปลอดภัย และมาตรฐานที่สอดคล้องกับกฎหมาย นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดหลักการ ขั้นตอน และมาตรการที่บริษัทใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย เก็บรักษา และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงเพื่ออธิบายสิทธิของผู้ใช้บริการในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของท่านได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

      บริษัทขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการอ่านนโยบายฉบับนี้โดยละเอียด เพื่อให้เข้าใจถึงประเภทข้อมูลที่บริษัทประมวลผล เหตุผลของการประมวลผล วิธีการป้องกัน และสิทธิที่ท่านสามารถใช้ได้เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท

1. คำนิยามที่เกี่ยวข้อง

      1.1. “บริษัท” หมายถึง บริษัท ออร์คิด ลอว์เฟิร์ม (ประเทศไทย) จำกัด หรือผู้ที่ทำหน้าที่แทนบริษัทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

      1.2. “บริการของบริษัท” หมายถึง เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบการเรียนและการอบรมคอร์สออนไลน์ บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ การสั่งซื้อสินค้า การสมัครและบริหารจัดการระบบสมาชิก การสนับสนุนลูกค้า การให้ข้อมูลข่าวสาร และช่องทางสื่อสารอื่นใดที่บริษัทให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ

      1.3. “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ใช้บริการ ผู้เข้าอบรม ผู้เรียน ผู้สมัครสมาชิก ผู้เข้าร่วมกิจกรรม หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

      1.4. “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลนั้นได้โดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่ว่าจากข้อมูลเพียงชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกัน

      1.5. “ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data)” หมายถึง ข้อมูลที่มีลักษณะละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด

      1.6. “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

      1.7. “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

      1.8. “คุกกี้ (Cookies)” หมายถึง ไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่จัดเก็บในอุปกรณ์ของผู้ใช้เพื่อบันทึกค่าการใช้งานหรือเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการวิเคราะห์

      1.9. “กฎหมายที่ใช้บังคับ” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

2. วิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านหลายวิธีการ ดังต่อไปนี้

      2.1. การให้ข้อมูลโดยตรงจากผู้ใช้บริการ เช่น การลงทะเบียนสมัครสมาชิกเพื่อเข้าใช้งานระบบ การสมัครเข้าอบรมคอร์สออนไลน์ การสั่งซื้อสินค้า การกรอกแบบฟอร์ม การส่งคำร้อง หรือการให้ข้อมูลเมื่อมีการติดต่อบริษัทผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่น

      2.2. การเก็บข้อมูลอัตโนมัติผ่านระบบเทคโนโลยีของบริษัท เช่น ข้อมูลจาก IP Address, Device ID, ประเภทอุปกรณ์ เวลาเข้าใช้งาน ประวัติการใช้งาน และข้อมูลที่ได้จากการใช้คุกกี้

      2.3. การรับข้อมูลผ่านช่องทางอื่น เช่น การติดต่อผ่านอีเมล แอพพริเคชั่นต่างๆ ระบบแชท หรือโซเชียลมีเดีย

      2.4. การรับข้อมูลจากบุคคลภายนอก เช่น ผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้ให้บริการขนส่ง บริษัทในเครือ หรือพันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ

      2.5. การเก็บข้อมูลภายใต้ฐานกฎหมายที่อนุญาต เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญา การป้องกันอันตรายต่อชีวิต หรือการดำเนินการเพื่อผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

 

3. วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน โปร่งใส และจำเป็น โดยอาศัยฐานกฎหมายที่เหมาะสม เช่น ความยินยอม การปฏิบัติตามสัญญา หน้าที่ตามกฎหมาย หรือผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้

      3.1. เพื่อให้บริการและดำเนินการตามสัญญา เช่น การตรวจสอบสิทธิ์และยืนยันการสมัครสมาชิก การเปิดใช้งานและเข้าถึงเนื้อหาการอบรมคอร์สออนไลน์ การจัดส่งสินค้า การตรวจสอบการชำระเงิน การให้บริการหลังการขาย และการสนับสนุนทางเทคนิค

      3.2. เพื่อยืนยันตัวตนและรักษาความปลอดภัยของระบบ เช่น การตรวจสอบสิทธิ์การเข้าใช้งาน การป้องกันการแอบอ้างหรือทุจริต การติดตามกิจกรรมที่ผิดปกติ และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

      3.3. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงบริการ เช่น การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ การตรวจสอบข้อผิดพลาด และการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบให้ดียิ่งขึ้น

      3.4. เพื่อสื่อสารและนำเสนอข้อมูลทางการตลาด โดยการใช้ข้อมูลเพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชั่น ข้อเสนอ หรือคอร์สเรียนที่อาจสอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้ ซึ่งอาจผ่านระบบโฆษณาของบุคคลที่สาม

      3.5. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การจัดเก็บเอกสารทางบัญชี การปฏิบัติตามคำสั่งศาล การดำเนินการทางภาษี และปฎิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพ.ร.บ. พ.ร.ก กฎกระทรวง หรือข้อบังคับต่างๆที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

      3.6. เพื่อปกป้องสิทธิของบริษัท เช่น ป้องกันการทุจริต การละเมิดเงื่อนไขการใช้งาน การละเมิดลิขสิทธิ์ การใช้งานที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ หรือการกระทำใดอันกระทำใดที่จะทำให้บริษัทเสียหาย

      3.7. เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงสถิติหรือวิจัย โดยดำเนินการภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลไม่ให้สามารถระบุตัวบุคคลได้

 

4. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

      บริษัทอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งานและบริการของท่าน

      4.1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ–นามสกุล คำนำหน้า เพศ วันเดือนปีเกิด หรือเลขบัตรประชาชนในกรณีที่จำเป็นตามกฎหมาย

      4.2. ข้อมูลติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่จัดส่ง หรือข้อมูลที่ใช้ในการออกใบเสร็จ

      4.3. ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสสมาชิก รหัสผ่าน ภาพโปรไฟล์ ประวัติการสมัครสมาชิก และประวัติการเข้าอบรมคอร์สออนไลน์

      4.4. ข้อมูลธุรกรรม เช่น หมายเลขคำสั่งซื้อ รายละเอียดการชำระเงิน วันและเวลาในการชำระเงิน

      4.5. ข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลทางการเงินในแอปพลิเคชัน ซึ่งบริษัทจะไม่จัดเก็บโดยตรง แต่จัดการผ่านผู้ให้บริการภายนอกตามมาตรฐานความปลอดภัย

      4.6. ข้อมูลจากอุปกรณ์และระบบเครือข่าย เช่น IP Address, Device ID, ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ หรือข้อมูลจากคุกกี้

      4.7. ข้อมูลพฤติกรรม เช่น ประวัติการเรียน เวลาเข้าใช้งาน การคลิก การโต้ตอบ และข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของบริการ

 

5. เงื่อนไขการสมัครสมาชิกและการเข้าถึงการอบรมออนไลน์

      5.1. ผู้ใช้บริการที่สมัครสมาชิกและชำระค่าธรรมเนียมการอบรมคอร์สออนไลน์ จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงเนื้อหาตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในแต่ละหลักสูตร โดยสิทธิ์ดังกล่าวถือเป็นสิทธิ์เฉพาะตัวของสมาชิกเท่านั้น

      5.2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าสมาชิกหรือค่าธรรมเนียมการอบรมในทุกกรณี หลังจากที่กระบวนการชำระเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยไม่คำนึงว่าผู้ใช้บริการจะทำการเปิดใช้งานคอร์สเรียน (Course Activation) หรือเข้าถึงเนื้อหาแล้วหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ การตัดสินใจของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุด

 

6. การใช้ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

      บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบางส่วนเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน ปรับปรุงคุณภาพของระบบ และพัฒนาเนื้อหาให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยข้อมูลที่ใช้เพื่อการวิเคราะห์จะถูกจำกัดเฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่น ข้อมูลสถิติหรือพฤติกรรมการใช้งานในภาพรวม โดยบริษัทจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวสามารถระบุตัวตนของท่านได้โดยไม่จำเป็น และจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่เป็นการโฆษณาเจาะจงรายบุคคลจนเกินความจำเป็นหรือกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของท่าน

       ในบางกรณี บริษัทอาจต้องอาศัยผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีจากบุคคลภายนอกเพื่อช่วยในการตรวจสอบระบบ วิเคราะห์ข้อมูล หรือพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน โดยผู้ให้บริการดังกล่าวจะเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็นและต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและความลับตามที่กฎหมายกำหนด หากการประมวลผลข้อมูลบางประเภทจำเป็นต้องได้รับความยินยอมก่อน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อนเสมอ และหากท่านไม่ให้ความยินยอม ท่านยังสามารถใช้บริการหลักของบริษัทได้ตามปกติ

7. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทจัดเก็บข้อมูลตามระยะเวลาที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ของการประมวลผล หรือภายใต้อายุความตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อข้อมูลหมดความจำเป็นหรือเมื่อการประมวลผลสิ้นสุด บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ หากข้อมูลอยู่ในระหว่างข้อพิพาท การตรวจสอบ หรือกระบวนการทางกฎหมาย บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้จนกว่ากระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสิ้น

8. การเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลภายนอก

      บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ เช่น บริษัทในเครือ    ผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ประมวลผลข้อมูล และหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยบริษัทจะกำกับดูแลให้บุคคลดังกล่าวมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

9. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

      บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศในกรณีที่จำเป็น เช่น การใช้ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์หรือการประมวลผลข้อมูลผ่านบริการของบุคคลภายนอก ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการเฉพาะเมื่อประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือเมื่อบริษัทจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด

10. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมายที่สามารถใช้ได้กับข้อมูลของตนเอง โดยบริษัทจะเคารพสิทธิของท่านและดำเนินการตามคำร้องอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส สิทธิของท่านประกอบด้วยดังต่อไปนี้

      10.1. สิทธิในการถอนความยินยอม

          10.1.1. หากข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บและใช้โดยอาศัยความยินยอม ท่านสามารถถอนความยินยอมได้ทุกเวลา หลังการถอน บริษัทจะหยุดการประมวลผลข้อมูลที่อยู่บนฐานความยินยอมดังกล่าวภายในระยะเวลาที่สมควร

          10.1.2. ในกรณีที่ข้อมูลไม่ได้อาศัยความยินยอมเป็นฐาน เช่น ฐานสัญญา ฐานกฎหมาย หรือฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลในส่วนดังกล่าว

      10.2. สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

      การขอลบข้อมูลส่วนบุคลต่างๆจะถูกแบ่งพิจารณาตามประเภทของข้อมูล ดังต่อไปนี้

          10.2.1. ข้อมูลที่สามารถลบได้ทันที

          ข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่อการให้บริการหลัก เช่น ข้อมูลการตลาด ประวัติพฤติกรรมการใช้งานที่ไม่กระทบระบบ หรือคุกกี้ที่ไม่จำเป็น
          เมื่อท่านขอลบข้อมูลประเภทนี้ บริษัทสามารถดำเนินการลบได้ทันที

          10.2.2. ข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการ ซึ่งลบได้หลังยกเลิกการใช้บริการ

          ข้อมูลที่ระบบต้องใช้เพื่อยืนยันตัวตน บริหารบัญชี หรือคงสิทธิ์การใช้งาน เช่น ข้อมูลบัญชีสมาชิก สิทธิ์ในการเข้าเรียนคอร์สออนไลน์ ประวัติคำสั่งซื้อ      หรือข้อมูลตรวจสอบการเข้าระบบ
          ข้อมูลกลุ่มนี้จำเป็นต่อการให้บริการ หากลบทันที บริษัทจะไม่สามารถให้บริการแก่ท่านต่อได้ หากท่านประสงค์จะลบข้อมูลประเภทนี้ ท่านจำเป็นต้อง      ยกเลิกการใช้บริการหรือปิดบัญชีผู้ใช้ เมื่อสัญญาการใช้บริการสิ้นสุดลง บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ การยกเลิก

    หรือขอลบข้อมูลในส่วนนี้ จะเป็นไปตามนโนยบายที่ระบุไว้ในข้อ 5.2

          10.2.3. ข้อมูลที่ไม่สามารถลบทันทีได้เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้เก็บไว้

          ข้อมูลที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเก็บตามกฎหมาย เช่น ข้อมูลบัญชี รายการชำระเงิน หลักฐานทางภาษี เอกสารการออกใบเสร็จ หรือข้อมูลเกี่ยวกับการทำ        ธุรกรรมทางการเงิน
          ข้อมูลเหล่านี้บริษัทจะลบได้เมื่อครบกำหนดตามกฎหมาย แม้ว่าท่านจะยกเลิกการใช้บริการแล้วก็ตาม

          10.2.4. ข้อมูลที่อยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

           หากข้อมูลของท่านมีความเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมาย หรือกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อร้องเรียน หรือกระบวนการทางกฎหมาย

     บริษัทมีสิทธิเลื่อนการลบข้อมูลจนกว่ากระบวนการดังกล่าวจะสิ้นสุด

      10.3. ผลของการใช้สิทธิขอลบข้อมูล หรือการยกเลิกสมาชิก

      ในกรณีที่ท่านขอให้ลบข้อมูลประเภทที่จำเป็นต่อการให้บริการหลัก บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการต่อได้ ดังนั้นการขอลบข้อมูลจะส่งผลให้สิทธิการเป็นสมาชิกและสิทธิในการเข้าถึงคอร์สการ อบรมออนไลน์ของท่านสิ้นสุดลงโดยปริยาย และจะถือว่าสัญญาการใช้บริการได้สิ้นสุดลงด้วย

ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวไม่ถือเป็นเหตุแห่งการขอคืนเงินค่าบริการในทุกกรณี ตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการไม่คืนเงินในข้อ 5.2 และให้การตัดสินใจของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุด โดยเมื่อสัญญาสิ้นสุด   บริษัทจึงจะดำเนินการลบข้อมูลที่สามารถลบได้ต่อไปตามขั้นตอนของบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

      10.4. ระยะเวลาและขั้นตอนการพิจารณาคำร้อง

      บริษัทจะดำเนินการพิจารณาคำขอใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่สมควร และจะแจ้งผลการดำเนินการหรือในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ บริษัทก็จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธคำร้องดังกล่าว

      10.5. สิทธิในการเข้าถึงและขอรับข้อมูล

เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน หรือขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ไว้โดยตรง

      10.6. สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูล

เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

      10.7. สิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล

ในกรณีที่ผู้ใช้เห็นว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้

11. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อกำกับดูแลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและเพื่อเป็นช่องทางให้คำปรึกษาแก่ผู้ใช้

 

12. ช่องทางติดต่อบริษัท

      บริษัท ออร์คิด ลอว์เฟิร์ม (ประเทศไทย) จำกัด
      ที่อยู่: 8/96 หมู่ที่ 3 ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110
      อีเมล: Info@orchidth.com

13. การปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบาย

      บริษัทมีสิทธิปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการหรือการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หากมีการปรับปรุง ทั้งนี้ บริษัทจะเผยแพร่หรือประกาศนโยบายที่ปรับปรุงแล้วผ่านช่องทางที่บริษัทเห็นสมควร และนโยบายฉบับที่แก้ไขจะมีผลใช้บังคับทันทีเมื่อประกาศ โดยผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบนโยบายฉบับปรับปรุงเป็นระยะตามความเหมาะสม

紫色横向 带文字.png

​对外工作时间

周一至周五 10.00 - 17.00(泰国时间)

​周六日和泰国法定假日休息

电子邮件

电话

+66 21859816(中文/泰语)

qrcode_for_gh_92f5f639e226_430.jpg

微信公众号

账号:OrchidLaw_TH

​或您扫描上方二维码

image_edited.jpg

微信沟通

账号:ORCHIDLAWTH001

​或您扫描上方二维码

bottom of page